วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ส่งออกรับสภาพกระทบหนัก

นาย ณัฐวุฒิ กมลสวัสดิ์ 5005106024 ^_^



นายราเชนทร์ พจนสุนทร อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เปิดเผยถึงภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทยว่า ในเดือน ต.ค.51 การส่งออกสินค้าไทยมีมูลค่า 15,266 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเพียง 5.2% ถือว่าขยายตัวต่ำสุดในรอบ 75 เดือน หรือ 6 ปี 3 เดือน นับจากเดือน ก.ค.45 ที่ขยายตัวเพียง 4.7% การนำเข้ามีมูลค่า 15,824.7 ล้านเหรียญฯ เพิ่มขึ้น 21.7% ดุลการค้าขาดดุล 558.7 ล้านเหรียญฯ



สำหรับในช่วง 10 เดือน ปี 51 (ม.ค.-ต.ค.) การส่งออกมีมูลค่ารวม 151,192 ล้านเหรียญฯ เพิ่มขึ้น 21.7% หากในช่วง 2 เดือนที่เหลือส่งออกได้เกินเดือนละ 15,000 ล้านเหรียญฯ จะทำให้การส่งออกทั้งปีบรรลุเป้าหมายที่ 15-20% ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 154,493.2 ล้านเหรียญฯ เพิ่มขึ้น 34.2% ดุลการค้าขาดดุล 3,301 ล้านเหรียญฯ สำหรับเป้าหมายการส่งออกปี 52 คาดจะประกาศตัวเลขอย่างเป็นทางการในเดือน ธ.ค.นี้ เพราะกรมต้องหารือกับภาคเอกชนเพื่อสอบถามความชัดเจนอีกครั้ง แต่จะพยายามทำให้ได้ 10% ตามนโยบายนายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.พาณิชย์


“การส่งออกเดือน ต.ค.ที่ขยายตัว 5.2% เป็นเพราะฐานส่งออกเดือน ต.ค.50 อยู่ในระดับสูงมาก มีมูลค่า 14,508 ล้านเหรียญฯ จึงทำให้เดือน ต.ค.51 ขยายตัวน้อยแต่มูลค่าสอดคล้องกันและเชื่อว่าในช่วงที่เหลือมูลค่าส่งออกของไทยจะเกินกว่าเดือนละ 15,000 ล้านเหรียญฯ อีกส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะอัตราแลกเปลี่ยนประเทศผู้นำเข้ายังผันผวนจึงชะลอการสั่งซื้อ แต่อัตราขยายตัวที่ลดลงเพียงเดือนเดียวยังบอกไม่ได้ว่าในเดือนหน้ามูลค่าจะลดลงอีกหรือไม่ ต้องรอดูตัวเลขในเดือนต่อไปก่อน” นายราเชนทร์กล่าว


นายราเชนทร์กล่าวว่า การส่งออกที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นการเพิ่มขึ้นในทุกหมวดสินค้าโดยสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรเพิ่มขึ้น 19.3% ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัวค่อนข้างต่ำโดยเพิ่มขึ้น 1.2% ขณะที่ตลาดส่งออกนั้นตลาดหลักเพิ่มขึ้น 1.9% โดยญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 7.8% สหภาพยุโรป เพิ่มขึ้น 5.8% สหรัฐฯเพิ่มขึ้น 1.4% แต่อาเซียน ลดลง 3.9% จากการลดลงของสิงคโปร์ 27.9% ฟิลิปปินส์ 17.6% ส่วนฮ่องกงลดลง 20.5% ไต้หวันลดลง 22.6% ซึ่งกรมจะตรวจสอบว่าเป็นเพราะสาเหตุใดด้านตลาดใหม่เพิ่มขึ้น 8.9% จากการเพิ่มขึ้นของอินเดีย 40.5% แอฟริกา 27.8% ยุโรปตะวันออก 22.9% เป็นต้น ด้านการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น 21.7% จากน้ำมันเชื้อเพลิง 25.6% สินค้าทุน 5.8% วัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป 34.7% สินค้าอุปโภคบริโภค 15.3% ยานพาหนะและอุปกรณ์ขนส่ง 4.4%


“ปีหน้าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัวลดลงเหลือ 2.2% เศรษฐกิจประเทศคู่ค้ามีปัญหาบางประเทศค่าเงินผันผวนทำ ให้ชะลอการซื้อการขายต้องระมัด ระวังมากขึ้น การให้เครดิตก็น้อยลง คนขายไม่กล้าส่งของก่อน คนซื้อไม่กล้าจ่ายเงินก่อน ทำให้เกิดการชะงัก แต่กรมจะพยายามผลักดันการส่งออกอย่างเต็มที่ โดยมีแผนรับมือไว้แล้วทั้งการส่งเสริมการส่งออกสินค้าเกษตรอาหาร มุ่งขยายตลาดที่ได้ รับผลกระทบเศรษฐกิจน้อย ส่งเสริมธุรกิจบริการช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ ส่งเสริมให้คนไทยไปลงทุนต่างประเทศ” นายราเชนทร์กล่าว
ด้านนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.คลัง กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะแถลงตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 3 ปีนี้ ซึ่งอาจจะโต 4% หรือต่ำกว่านั้น โดยคาดว่าทั้งปีจะโตประมาณ 5% ปีหน้าจะพยายามให้ได้ 4% จากที่ปกติเดิมคาดว่าจะขยายตัวต่ำกว่านั้น อย่างไรก็ดี รัฐบาลจะชะลอการใช้ภาคการคลัง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจากที่หน่วยงานเศรษฐกิจร่วมกันประเมินแล้วพบว่า ภาวะการหดตัวของเศรษฐกิจโลกจะเกิดขึ้นเป็นระยะยาวถึง 2 ปี และเศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงมากขึ้น จากภาวะการส่งออก การบริโภค และการลงทุนที่ชะลอตัวลงอย่างมาก



ทั้งนี้ รัฐบาลยังคงบริหารโดยมุ่งเน้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ แต่จะให้สอดคล้องกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกด้วย โดยเชิงเปรียบเทียบแล้วหากบริหารให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวในระดับ 4% ก็ถือว่าดีมาก และจากการประเมินความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ พบว่าเดือน ต.ค.เศรษฐกิจเริ่มชะลอตัวลงมากขึ้น มูลค่าส่งออกเดือน ต.ค.ขยายตัวราว 5% เท่านั้น ส่วนการปรับโครงสร้างภาษีเงินได้นิติบุคคลและบุคคลธรรมดานั้น แม้จะสามารถสร้างความแข่งขันได้ แต่ก็ต้องมีรายได้จากภาษีอื่นๆเข้ามาชดเชย และทำในภาวะที่เศรษฐกิจมีการเจริญเติบโตพอสมควร โดยเฉพาะการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลซึ่งจะทำให้รายได้ของรัฐหายไปกว่า 50,000 ล้านบาท และจากภาวะการหดตัวของเศรษฐกิจโลก ความเสี่ยงของเศรษฐกิจภายในประเทศรัฐบาลจะยังคงใช้นโยบายขาดดุลงบประมาณต่อเนื่องไปอีก 1 ปี ถึง 1 ปีครึ่ง.



จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 22 พ.ย. 2551



คำถาม



1.อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออกคือใคร

2.ในปี2552เศรษฐกิจโลกจะเป็นอย่างไร

3.การลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจะทำให้รายได้ของรัฐหายไปเท่าไร

4 ความคิดเห็น:

utccba205g23 กล่าวว่า...

ตอบ
1.นายราเชนทร์ พจนสุนทร
2.ปีหน้าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัวลดลงเหลือ 2.2% เศรษฐกิจประเทศคู่ค้ามีปัญหาบางประเทศค่าเงินผันผวนทำ ให้ชะลอการซื้อการขายต้องระมัด ระวังมากขึ้น การให้เครดิตก็น้อยลง คนขายไม่กล้าส่งของก่อน คนซื้อไม่กล้าจ่ายเงินก่อน ทำให้เกิดการชะงัก แต่กรมจะพยายามผลักดันการส่งออกอย่างเต็มที่ โดยมีแผนรับมือไว้แล้วทั้งการส่งเสริมการส่งออกสินค้าเกษตรอาหาร มุ่งขยายตลาดที่ได้ รับผลกระทบเศรษฐกิจน้อย ส่งเสริมธุรกิจบริการช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ ส่งเสริมให้คนไทยไปลงทุนต่างประเทศ
3.50,000 ล้านบาท
กั๊ม จตุพร ญาณนิธิกุล 5005106017

utccba205g23 กล่าวว่า...

ans
ข้อ1. นายราเชนทร์ พจนสุนทร
ข้อ2. ปี2552 เศรษฐกิจโลกจะขยายตัวลดลงเหลือ 2.2% เศรษฐกิจประเทศคู่ค้ามีปัญหาบางประเทศค่าเงินผันผวนทำ ให้ชะลอการซื้อการขายต้องระมัด ระวังมากขึ้น การให้เครดิตก็น้อยลง คนขายไม่กล้าส่งของก่อน คนซื้อไม่กล้าจ่ายเงินก่อน ทำให้เกิดการชะงัก แต่กรมจะพยายามผลักดันการส่งออกอย่างเต็มที่ โดยมีแผนรับมือไว้แล้วทั้งการส่งเสริมการส่งออกสินค้าเกษตรอาหาร มุ่งขยายตลาดที่ได้ รับผลกระทบเศรษฐกิจน้อย ส่งเสริมธุรกิจบริการช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ ส่งเสริมให้คนไทยไปลงทุนต่างประเทศ
ข้อ3. กว่า50,000 ล้านบาท
นางสาวเปรมวดี เตชะพงศ์ประเสริฐ 5005106021

utccba205g23 กล่าวว่า...

คำตอบ
ข้อที่1)คือนายราเชนทร์ พจนสุนทร
ข้อที่2)ในปีพ.ศ. 2552เศรษฐกิจโลกจะขยายตัวลดลงเหลือ 2.2% เศรษฐกิจประเทศคู่ค้ามีปัญหาบางประเทศค่าเงินผันผวนทำ ให้ชะลอการซื้อการขายต้องระมัด ระวังมากขึ้น การให้เครดิตก็น้อยลง คนขายไม่กล้าส่งของก่อน คนซื้อไม่กล้าจ่ายเงินก่อน ทำให้เกิดการชะงัก แต่กรมจะพยายามผลักดันการส่งออกอย่างเต็มที่ โดยมีแผนรับมือไว้แล้วทั้งการส่งเสริมการส่งออกสินค้าเกษตรอาหาร มุ่งขยายตลาดที่ได้ รับผลกระทบเศรษฐกิจน้อย ส่งเสริมธุรกิจบริการช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ ส่งเสริมให้คนไทยไปลงทุนต่างประเทศ
ข้อที่3)เสียหายกว่า 50000 ล้านบาท

ศศิธร ปิ่นวิเศษ 5005106025 :)

CUTIE GIRL IN FM กล่าวว่า...

คำตอบ
ข้อที่1)คือนายราเชนทร์ พจนสุนทร
ข้อที่2)ในปีพ.ศ. 2552เศรษฐกิจโลกจะขยายตัวลดลงเหลือ 2.2% เศรษฐกิจประเทศคู่ค้ามีปัญหาบางประเทศค่าเงินผันผวนทำ ให้ชะลอการซื้อการขายต้องระมัด ระวังมากขึ้น การให้เครดิตก็น้อยลง คนขายไม่กล้าส่งของก่อน คนซื้อไม่กล้าจ่ายเงินก่อน ทำให้เกิดการชะงัก แต่กรมจะพยายามผลักดันการส่งออกอย่างเต็มที่ โดยมีแผนรับมือไว้แล้วทั้งการส่งเสริมการส่งออกสินค้าเกษตรอาหาร มุ่งขยายตลาดที่ได้ รับผลกระทบเศรษฐกิจน้อย ส่งเสริมธุรกิจบริการช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ ส่งเสริมให้คนไทยไปลงทุนต่างประเทศ
ข้อที่3)เสียหายกว่า 50000 ล้านบาท

น.ส.กัญจนากร เอื้อพัฒนพงศ์ 5005106006