วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

รัฐหากลยุทธ์กระตุ้นใช้เงิน ดึงห้างสรรพสินค้าให้ส่วนลด 10% คนใช้เช็ค

นาย ณัฐวุฒิ กมลสวัสดิ์ 5005106024

นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เตรียมเชิญผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ มาหารือเพื่อขอความร่วมมือให้ส่วนลดกับประชาชนที่นำเช็คเงินสดจำนวน 2,000 บาท ที่รัฐบาลได้จ่ายให้กับประชาชนและข้าราชการที่มีรายได้ไม่เกินเดือนละ 15,000 บาท ไปซื้อสินค้าหรือจับจ่ายใช้สอยในร้านค้าหรือห้างสรรพสินค้า ในอัตรา 10% เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนนำเงินที่ได้รับไปช่วย กันใช้จ่ายหรือซื้อสินค้า แทนการเก็บไว้ในรูปของการออมเงินหรือฝากธนาคาร เพราะเห็นว่าตามปกติแล้วห้างสรรพสินค้าหรือร้านค้าส่วนใหญ่ ต่างจัดกิจกรรมหรือโปรโมชั่น ให้ส่วนลดกับลูกค้าที่ซื้อสินค้าอยู่แล้ว คาดว่าจะได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี


ทั้งนี้ หลังจากที่กฎหมายงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมกลางปีจำนวน 116,700 ล้านบาท มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการแล้ว คาดว่ารัฐบาลจะสามารถส่งเช็คเงินสดให้กับประชาชนที่อยู่ในข่ายที่ได้รับการช่วยเหลือหรือผู้มีสิทธิ์กว่า 9 ล้านคนได้ เบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.นี้ เป็นต้นไป และจะดำเนินการให้แล้วเสร็จครบทุกคนภายใน 2 สัปดาห์ ส่วนค่าดำเนินการหรือค่าใช้จ่ายในการส่งเช็คเงินสดอยู่ที่ประมาณ 40 ล้านบาท


นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างหารือเพื่อจัดทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะกลางและระยะยาว โดยจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ซึ่งจะควบคู่ไปกับการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 ซึ่งเน้นให้เกิดการสร้างงาน การลงทุน เพื่อพัฒนาประเทศ โดยในการประชุม ครม. วันที่ 17 ก.พ.นี้ จะเสนอให้พิจารณากรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 ที่ยังคงเป็นงบประมาณแบบขาดดุลอย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เบื้องต้นจะมีตัวเลขที่ไม่แตกต่างจากงบประมาณปี 2552 ส่วนจะขาดดุลไปอีกกี่ปีนั้น ยังไม่สามารถระบุได้ แต่ต้องเป็นไปตามกฎหมายไม่สามารถเกินเพดานได้ และยอมรับว่าในงบประมาณปีหน้า คงไม่เพียงพอ ยังต้องมีการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศด้วย


ส่วนการจัดตั้งวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือซอฟต์โลน ยังอยู่ระหว่างการหารือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นคาดว่าจะใช้ วงเงินประมาณ 60,000-80,000 ล้านบาท โดยจะเน้นช่วยเหลือผู้ประกอบการส่งออก และผู้ ประกอบการท่องเที่ยว


ด้านนายปั้น วรรณพินิจ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวว่า กรณีรัฐบาลมีนโยบายจ่ายเงิน 2,000 บาท ให้กับผู้ประกันตน จำนวน 8.3 ล้านคน ที่มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาทนั้น จะมีการจ่ายเงินให้กับผู้ประกันตนเป็น 5 รอบ โดยรอบแรกจะโอนเงินให้ในวันที่ 26 มี.ค. ซึ่งจะโอนเงินให้กับผู้ประกันตนจำนวน 4 ล้านคน วงเงินรวม 8,000 ล้านบาท รอบที่ 2 ในวันที่ 7 เม.ย. รอบที่ 3 วันที่ 10 เม.ย. รอบที่ 4 วันที่ 4 พ.ค. และรอบสุดท้ายวันที่ 15 พ.ค.


ส่วนกรณีที่คณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) เห็นชอบให้ใช้เงินจำนวน 24 ล้านบาท จัดทำระบบซอฟต์แวร์ เพื่อจัดทำระบบโอนเงิน 2,000 บาท ให้กับผู้ประกันตนนั้น ในการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลเลขที่บัญชีของผู้ประกันตน จะต้องจัดทำระบบขึ้นมาใหม่ โดยตั้งงบประมาณไว้ 24 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ อาทิ ค่าเอกสาร ค่าจ่ายล่วงเวลาให้กับเจ้าหน้าที่รวมข้อมูล สำหรับงบที่ใช้จัดทำระบบซอฟต์แวร์เพื่อโอนเงินโดยเฉพาะนั้นมีค่าใช้จ่ายเพียงแค่ 680,000 บาท


ด้านนายไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงาน กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดสปส.) อนุมัติประมาณ 24 ล้านบาท ในการจัดทำระบบฐานข้อมูลของผู้ประกันตนว่า เงินจำนวนดังกล่าวไม่ได้นำไปใช้ในการจัดทำระบบซอฟต์แวร์เท่านั้น แต่เป็นค่าใช้จ่ายในด้านอื่นๆด้วย อาทิ ค่ากระดาษ ค่าหมึก ค่าล่วงเวลาให้กับเจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูล รวมทั้งเป็นค่าบริการในการโอนเงิน ที่มีค่าบริการครั้งละ 10 บาท แต่ได้เจรจากับทางธนาคารพาณิชย์แล้วเหลือครั้งละ 5 บาท


นายสมชาย ชุ่มรัตน์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานบอร์ด สปส. กล่าวว่า เงินจำนวน 24 ล้านบาท ที่บอร์ด สปส.อนุมัติให้ติดตั้งซอฟต์แวร์เพื่อจัดทำระบบโอนเงินให้กับผู้ประกันยืนยันว่าเป็นเงินที่คุ้มค่าและเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกันตน เพราะจะทำให้ฐานข้อมูลของ สปส. มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นโดยสามารถตรวจสอบได้ว่าผู้ประกันตนได้รับเงิน 2,000 บาท ถึงมือจริง.

จาก หนังสือพิมไทยรัฐ ฉบับที่ 18651 วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2552

คำถาม

1.ค่าใช้จ่ายในการส่งเช็คเงินส่งอยู่ที่ประมาณกี่ล้านบาท

2.วงเงินประมาณเท่าไรที่จะนำไปช่วยเหลือผู้ประกอบการการส่งออกและผู้ประกอบการท่องเที่ยว

3.บอร์ด สปส.นำเงิน 24 ล้านบาทไปใช้ทำอะไร

3 ความคิดเห็น:

CUTIE GIRL IN FM กล่าวว่า...

1.40 ล้านบาท
2.วงเงินประมาณ 60,000-80,000 ล้านบาท โดยจะเน้นช่วยเหลือผู้ประกอบการส่งออก และผู้ ประกอบการท่องเที่ยว
3.เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ อาทิ ค่าเอกสาร ค่าจ่ายล่วงเวลาให้กับเจ้าหน้าที่รวมข้อมูล สำหรับงบที่ใช้จัดทำระบบซอฟต์แวร์เพื่อโอนเงินโดยเฉพาะนั้นมีค่าใช้จ่ายเพียงแค่ 680,000 บาท

ตอบโดย น.ส วิลาสินี ชูหวาน 5005106016

CUTIE GIRL IN FM กล่าวว่า...

ตอบคำถาม
1.) ค่าใช้จ่ายในการส่งเช็คเงินสดอยู่ที่ประมาณ 40 ล้านบาท
2.) วงเงินประมาณ 60,000-80,000 ล้านบาท
3.) ให้ติดตั้งซอฟต์แวร์เพื่อจัดทำระบบโอนเงินให้กับผู้ประกัน
โดย น.ส.สินีนาถ ศรีสินอำไพ
(5005106013)

utccba205g23 กล่าวว่า...

1.ค่าใช้จ่ายในการส่งเช็คเงินสดอยู่ที่ประมาณ 40 ล้านบาท

2.วงเงินประมาณ 60,000-80,000 ล้านบาท โดยจะเน้นช่วยเหลือผู้ประกอบการส่งออก และผู้ ประกอบการท่องเที่ยว

3.เห็นชอบให้ใช้เงินจำนวน 24 ล้านบาท จัดทำระบบซอฟต์แวร์ เพื่อจัดทำระบบโอนเงิน 2,000 บาท ให้กับผู้ประกันตนนั้น ในการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลเลขที่บัญชีของผู้ประกันตน จะต้องจัดทำระบบขึ้นมาใหม่ โดยตั้งงบประมาณไว้ 24 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ อาทิ ค่าเอกสาร ค่าจ่ายล่วงเวลาให้กับเจ้าหน้าที่รวมข้อมูล สำหรับงบที่ใช้จัดทำระบบซอฟต์แวร์เพื่อโอนเงินโดยเฉพาะนั้นมีค่าใช้จ่ายเพียงแค่ 680,000 บาท
ตอบโดย น.ส.ศศิธร ปิ่นวิเศษ 5005106025