วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

นายณัฐวุฒิ กมลสวัสดิ์ 5005106024
ธปท.ชี้ปี'52สินเชื่อลด ลุ้นมาตรการรัฐปลุกลงทุน

น.ส.นวพร มหารักขกะ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวยอมรับว่า จากปัญหาวิกฤตการเงินโลก และปัญหาการเมืองในประเทศในช่วงไตรมาส 4 ปี 2551 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ทำให้ผลการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ในไตรมาสที่ 4 ขยายตัวลดลง ความสามารถในการทำกำไรปรับตัวลดลง ขณะที่ลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระหนี้ 1-3 เดือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งทำให้ธนาคารพาณิชย์ต้องระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ส่วนปัจจัยที่ท้าท้ายของธนาคารพาณิชย์ในปี 2552 คือ ความพยายามไม่ให้มีหนี้เสียเพิ่มขึ้นและเพิ่มทุนจำนวนกมาก เพื่อรองรับหนี้เสียที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ยอมรับว่า แนวโน้มการปล่อยสินเชื่อใหม่ในปี 2552 จะมีตัวเลขการขยายตัวของสินเชื่อต่ำกว่าปี 2551 ที่ขยายตัวสูงถึง 11.4% "ช่วงต้นปี 51 ราคาน้ำมัน และสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวขึ้นสูงมาก ทำให้ธุรกิจจำนวนหนึ่งต้องการกู้เพิ่ม เพื่อนำมาเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการทำธุรกิจ ทำให้ยอดสินเชื่อแบงก์โต แต่ในปี52 ความต้องการสินเชื่อของลูกค้าจะปรับตัวลดลง ตามการใช้กำลังการผลิตที่ลดลง และคำสั่งซื้อจากต่างประเทศที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจโลก" น.ส.นวพรกล่าวอีกว่า การขยายตัวของสินเชื่อใหม่ ต้องขึ้นอยู่กับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลด้วยว่า จะกระตุ้นอุปสงค์ของระบบให้เกิดขึ้นได้หรือไม่ หากสามารถมีเงินเข้ามาสู่ระบบ และเกิดผลได้เร็ว เชื่อว่าความต้องการสินเชื่อของภาคธุรกิจจะเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งในส่วนของธนาคารพาณิชย์มีความพร้อม และมีเม็ดเงินที่จะปล่อยสินเชื่อเพียงพอต่อระบบ แต่การปล่อยสินเชื่อก็ต้องพิจารณาความเสี่ยงที่ดีพอ หากปล่อยแล้วเป็นหนี้เสีย คงปล่อยไม่ได้ น.ส.นวพร กล่าวต่อว่า ในขณะนี้ความเชื่อมั่นในการใช้จ่าย และลงทุนของเอกชนคงมีไม่มาก ดังนั้นคนที่จะเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจคือ รัฐบาล ที่ต้องเพิ่มการใช้จ่าย และมีมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายภาคเอกชน ถ้าการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ภาคอุตสาหกรรมต้องการสินเชื่อเพิ่มขึ้น ส่วนมาตรการการเข้ามาค้ำประกันสินเชื่อให้กับรายย่อยของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) นั้น เชื่อว่า แนวทางการทำงานของการประกันสินเชื่อจะทำให้มีการปล่อยสินเชื่อใหม่ของอุตสาหกรรมรายย่อยได้ เพราะก่อนหน้าที่ออกแนวทางนี้มา ได้มีการหารือกันระหว่างธนาคารพาณิชย์ บสย.และ ธปท. แล้วว่า จะช่วยภาคอุตสาหกรรมได้ โดยจะเร่งให้สินเชื่อใหม่ออกได้เร็วที่สุด ทั้งนี้ระบบธนาคารพาณิชย์มีกำไรสุทธิในปี 2551 จำนวน 9.9 หมื่นล้านบาท เนื่องจากภาระกันสำรองในปี 2551 ลดลงมาก หลังจากทุกธนาคารได้กันสำรองตามเกณฑ์มาตรฐานบัญชีสากล(ไอเอเอส 39) ครบถ้วนแล้วตั้งแต่ปี 2550 จึงมีอัตราตอบแทนต่อสินทรัพย์เฉลี่ย(อาร์โอเอ) อยู่ที่ระดับ 1.0% มีเงินกองทุนสำรองต่อสินทรัพย์เสี่ยง(ตามบาร์เซล 2 ) 14.2 %
คำถาม
1. น.ส.นวพร มหารักขกะ ได้กล่าวยอมรับว่า
2. บสย. ย่อมาจากอะไร
3. น.ส.นวพร มหารักขกะ ดำรงตำแหน่งใด

3 ความคิดเห็น:

utccba205g23 กล่าวว่า...

1.จากปัญหาวิกฤตการเงินโลก และปัญหาการเมืองในประเทศในช่วงไตรมาส 4 ปี 2551 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ทำให้ผลการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ในไตรมาสที่ 4 ขยายตัวลดลง ความสามารถในการทำกำไรปรับตัวลดลง ขณะที่ลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระหนี้ 1-3 เดือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งทำให้ธนาคารพาณิชย์ต้องระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น
ส่วนปัจจัยที่ท้าท้ายของธนาคารพาณิชย์ในปี 2552 คือ ความพยายามไม่ให้มีหนี้เสียเพิ่มขึ้นและเพิ่มทุนจำนวนกมาก เพื่อรองรับหนี้เสียที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ยอมรับว่า แนวโน้มการปล่อยสินเชื่อใหม่ในปี 2552 จะมีตัวเลขการขยายตัวของสินเชื่อต่ำกว่าปี 2551 ที่ขยายตัวสูงถึง 11.4%
"ช่วงต้นปี 51 ราคาน้ำมัน และสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวขึ้นสูงมาก ทำให้ธุรกิจจำนวนหนึ่งต้องการกู้เพิ่ม เพื่อนำมาเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการทำธุรกิจ ทำให้ยอดสินเชื่อแบงก์โต แต่ในปี52 ความต้องการสินเชื่อของลูกค้าจะปรับตัวลดลง ตามการใช้กำลังการผลิตที่ลดลง และคำสั่งซื้อจากต่างประเทศที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจโลก"
น.ส.นวพรกล่าวอีกว่า การขยายตัวของสินเชื่อใหม่ ต้องขึ้นอยู่กับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลด้วยว่า จะกระตุ้นอุปสงค์ของระบบให้เกิดขึ้นได้หรือไม่ หากสามารถมีเงินเข้ามาสู่ระบบ และเกิดผลได้เร็ว เชื่อว่าความต้องการสินเชื่อของภาคธุรกิจจะเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งในส่วนของธนาคารพาณิชย์มีความพร้อม และมีเม็ดเงินที่จะปล่อยสินเชื่อเพียงพอต่อระบบ แต่การปล่อยสินเชื่อก็ต้องพิจารณาความเสี่ยงที่ดีพอ หากปล่อยแล้วเป็นหนี้เสีย คงปล่อยไม่ได้
2.บริษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม
3.ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)
น.ส ศศิธร ปิ่นวิเศษ 5005106025 FM

utccba205g23 กล่าวว่า...

1.ตอบ จากปัญหาวิกฤตการเงินโลก และปัญหาการเมืองในประเทศในช่วงไตรมาส 4 ปี 2551 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ทำให้ผลการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ในไตรมาสที่ 4 ขยายตัวลดลง ความสามารถในการทำกำไรปรับตัวลดลง ขณะที่ลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระหนี้ 1-3 เดือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งทำให้ธนาคารพาณิชย์ต้องระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น
ส่วนปัจจัยที่ท้าท้ายของธนาคารพาณิชย์ในปี 2552 คือ ความพยายามไม่ให้มีหนี้เสียเพิ่มขึ้นและเพิ่มทุนจำนวนกมาก เพื่อรองรับหนี้เสียที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ยอมรับว่า แนวโน้มการปล่อยสินเชื่อใหม่ในปี 2552 จะมีตัวเลขการขยายตัวของสินเชื่อต่ำกว่าปี 2551 ที่ขยายตัวสูงถึง 11.4%
"ช่วงต้นปี 51 ราคาน้ำมัน และสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวขึ้นสูงมาก ทำให้ธุรกิจจำนวนหนึ่งต้องการกู้เพิ่ม เพื่อนำมาเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการทำธุรกิจ ทำให้ยอดสินเชื่อแบงก์โต แต่ในปี52 ความต้องการสินเชื่อของลูกค้าจะปรับตัวลดลง ตามการใช้กำลังการผลิตที่ลดลง และคำสั่งซื้อจากต่างประเทศที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจโลก"
น.ส.นวพรกล่าวอีกว่า การขยายตัวของสินเชื่อใหม่ ต้องขึ้นอยู่กับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลด้วยว่า จะกระตุ้นอุปสงค์ของระบบให้เกิดขึ้นได้หรือไม่ หากสามารถมีเงินเข้ามาสู่ระบบ และเกิดผลได้เร็ว เชื่อว่าความต้องการสินเชื่อของภาคธุรกิจจะเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งในส่วนของธนาคารพาณิชย์มีความพร้อม และมีเม็ดเงินที่จะปล่อยสินเชื่อเพียงพอต่อระบบ แต่การปล่อยสินเชื่อก็ต้องพิจารณาความเสี่ยงที่ดีพอ หากปล่อยแล้วเป็นหนี้เสีย คงปล่อยไม่ได้
2.ตอบ บริษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม
3.ตอบ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)
น.ส. ศิริวรรณ เกิดลำเจียก 5005106020

utccba205g23 กล่าวว่า...

1 จากปัญหาวิกฤตการเงินโลก และปัญหาการเมืองในประเทศในช่วงไตรมาส 4 ปี 2551 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ทำให้ผลการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ในไตรมาสที่ 4 ขยายตัวลดลง ความสามารถในการทำกำไรปรับตัวลดลง ขณะที่ลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระหนี้ 1-3 เดือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งทำให้ธนาคารพาณิชย์ต้องระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น
ส่วนปัจจัยที่ท้าท้ายของธนาคารพาณิชย์ในปี 2552 คือ ความพยายามไม่ให้มีหนี้เสียเพิ่มขึ้นและเพิ่มทุนจำนวนกมาก เพื่อรองรับหนี้เสียที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ยอมรับว่า แนวโน้มการปล่อยสินเชื่อใหม่ในปี 2552 จะมีตัวเลขการขยายตัวของสินเชื่อต่ำกว่าปี 2551 ที่ขยายตัวสูงถึง 11.4%
"ช่วงต้นปี 51 ราคาน้ำมัน และสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวขึ้นสูงมาก ทำให้ธุรกิจจำนวนหนึ่งต้องการกู้เพิ่ม เพื่อนำมาเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการทำธุรกิจ ทำให้ยอดสินเชื่อแบงก์โต แต่ในปี52 ความต้องการสินเชื่อของลูกค้าจะปรับตัวลดลง ตามการใช้กำลังการผลิตที่ลดลง และคำสั่งซื้อจากต่างประเทศที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจโลก"
น.ส.นวพรกล่าวอีกว่า การขยายตัวของสินเชื่อใหม่ ต้องขึ้นอยู่กับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลด้วยว่า จะกระตุ้นอุปสงค์ของระบบให้เกิดขึ้นได้หรือไม่ หากสามารถมีเงินเข้ามาสู่ระบบ และเกิดผลได้เร็ว เชื่อว่าความต้องการสินเชื่อของภาคธุรกิจจะเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งในส่วนของธนาคารพาณิชย์มีความพร้อม และมีเม็ดเงินที่จะปล่อยสินเชื่อเพียงพอต่อระบบ แต่การปล่อยสินเชื่อก็ต้องพิจารณาความเสี่ยงที่ดีพอ หากปล่อยแล้วเป็นหนี้เสีย คงปล่อยไม่ได้
2 บริษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม
3 ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)
จากปัญหาวิกฤตการเงินโลก และปัญหาการเมืองในประเทศในช่วงไตรมาส 4 ปี 2551 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ทำให้ผลการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ในไตรมาสที่ 4 ขยายตัวลดลง ความสามารถในการทำกำไรปรับตัวลดลง ขณะที่ลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระหนี้ 1-3 เดือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งทำให้ธนาคารพาณิชย์ต้องระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น
ส่วนปัจจัยที่ท้าท้ายของธนาคารพาณิชย์ในปี 2552 คือ ความพยายามไม่ให้มีหนี้เสียเพิ่มขึ้นและเพิ่มทุนจำนวนกมาก เพื่อรองรับหนี้เสียที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ยอมรับว่า แนวโน้มการปล่อยสินเชื่อใหม่ในปี 2552 จะมีตัวเลขการขยายตัวของสินเชื่อต่ำกว่าปี 2551 ที่ขยายตัวสูงถึง 11.4%
"ช่วงต้นปี 51 ราคาน้ำมัน และสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวขึ้นสูงมาก ทำให้ธุรกิจจำนวนหนึ่งต้องการกู้เพิ่ม เพื่อนำมาเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการทำธุรกิจ ทำให้ยอดสินเชื่อแบงก์โต แต่ในปี52 ความต้องการสินเชื่อของลูกค้าจะปรับตัวลดลง ตามการใช้กำลังการผลิตที่ลดลง และคำสั่งซื้อจากต่างประเทศที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจโลก"
น.ส.นวพรกล่าวอีกว่า การขยายตัวของสินเชื่อใหม่ ต้องขึ้นอยู่กับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลด้วยว่า จะกระตุ้นอุปสงค์ของระบบให้เกิดขึ้นได้หรือไม่ หากสามารถมีเงินเข้ามาสู่ระบบ และเกิดผลได้เร็ว เชื่อว่าความต้องการสินเชื่อของภาคธุรกิจจะเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งในส่วนของธนาคารพาณิชย์มีความพร้อม และมีเม็ดเงินที่จะปล่อยสินเชื่อเพียงพอต่อระบบ แต่การปล่อยสินเชื่อก็ต้องพิจารณาความเสี่ยงที่ดีพอ หากปล่อยแล้วเป็นหนี้เสีย คงปล่อยไม่ได้
2.บริษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม
3.ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)
จากปัญหาวิกฤตการเงินโลก และปัญหาการเมืองในประเทศในช่วงไตรมาส 4 ปี 2551 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ทำให้ผลการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ในไตรมาสที่ 4 ขยายตัวลดลง ความสามารถในการทำกำไรปรับตัวลดลง ขณะที่ลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระหนี้ 1-3 เดือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งทำให้ธนาคารพาณิชย์ต้องระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น
ส่วนปัจจัยที่ท้าท้ายของธนาคารพาณิชย์ในปี 2552 คือ ความพยายามไม่ให้มีหนี้เสียเพิ่มขึ้นและเพิ่มทุนจำนวนกมาก เพื่อรองรับหนี้เสียที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ยอมรับว่า แนวโน้มการปล่อยสินเชื่อใหม่ในปี 2552 จะมีตัวเลขการขยายตัวของสินเชื่อต่ำกว่าปี 2551 ที่ขยายตัวสูงถึง 11.4%
"ช่วงต้นปี 51 ราคาน้ำมัน และสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวขึ้นสูงมาก ทำให้ธุรกิจจำนวนหนึ่งต้องการกู้เพิ่ม เพื่อนำมาเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการทำธุรกิจ ทำให้ยอดสินเชื่อแบงก์โต แต่ในปี52 ความต้องการสินเชื่อของลูกค้าจะปรับตัวลดลง ตามการใช้กำลังการผลิตที่ลดลง และคำสั่งซื้อจากต่างประเทศที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจโลก"
น.ส.นวพรกล่าวอีกว่า การขยายตัวของสินเชื่อใหม่ ต้องขึ้นอยู่กับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลด้วยว่า จะกระตุ้นอุปสงค์ของระบบให้เกิดขึ้นได้หรือไม่ หากสามารถมีเงินเข้ามาสู่ระบบ และเกิดผลได้เร็ว เชื่อว่าความต้องการสินเชื่อของภาคธุรกิจจะเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งในส่วนของธนาคารพาณิชย์มีความพร้อม และมีเม็ดเงินที่จะปล่อยสินเชื่อเพียงพอต่อระบบ แต่การปล่อยสินเชื่อก็ต้องพิจารณาความเสี่ยงที่ดีพอ หากปล่อยแล้วเป็นหนี้เสีย คงปล่อยไม่ได้
2.บริษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม
3.ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)
จากปัญหาวิกฤตการเงินโลก และปัญหาการเมืองในประเทศในช่วงไตรมาส 4 ปี 2551 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ทำให้ผลการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ในไตรมาสที่ 4 ขยายตัวลดลง ความสามารถในการทำกำไรปรับตัวลดลง ขณะที่ลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระหนี้ 1-3 เดือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งทำให้ธนาคารพาณิชย์ต้องระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น
ส่วนปัจจัยที่ท้าท้ายของธนาคารพาณิชย์ในปี 2552 คือ ความพยายามไม่ให้มีหนี้เสียเพิ่มขึ้นและเพิ่มทุนจำนวนกมาก เพื่อรองรับหนี้เสียที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ยอมรับว่า แนวโน้มการปล่อยสินเชื่อใหม่ในปี 2552 จะมีตัวเลขการขยายตัวของสินเชื่อต่ำกว่าปี 2551 ที่ขยายตัวสูงถึง 11.4%
"ช่วงต้นปี 51 ราคาน้ำมัน และสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวขึ้นสูงมาก ทำให้ธุรกิจจำนวนหนึ่งต้องการกู้เพิ่ม เพื่อนำมาเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการทำธุรกิจ ทำให้ยอดสินเชื่อแบงก์โต แต่ในปี52 ความต้องการสินเชื่อของลูกค้าจะปรับตัวลดลง ตามการใช้กำลังการผลิตที่ลดลง และคำสั่งซื้อจากต่างประเทศที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจโลก"
น.ส.นวพรกล่าวอีกว่า การขยายตัวของสินเชื่อใหม่ ต้องขึ้นอยู่กับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลด้วยว่า จะกระตุ้นอุปสงค์ของระบบให้เกิดขึ้นได้หรือไม่ หากสามารถมีเงินเข้ามาสู่ระบบ และเกิดผลได้เร็ว เชื่อว่าความต้องการสินเชื่อของภาคธุรกิจจะเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งในส่วนของธนาคารพาณิชย์มีความพร้อม และมีเม็ดเงินที่จะปล่อยสินเชื่อเพียงพอต่อระบบ แต่การปล่อยสินเชื่อก็ต้องพิจารณาความเสี่ยงที่ดีพอ หากปล่อยแล้วเป็นหนี้เสีย คงปล่อยไม่ได้
2.บริษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม
3.ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)
นางสาวกัญจนากร เอื้อพัฒนพงศ์ 5005106006 FM